2006/Nov/16

ประวัติจังหวัดสิงห์บุรี
สมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ทรงเล่าถึงเมืองสิงห์ถวายสมเด็จเจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัตติวงศ์ ไว้ในสาสน์สมเด็จ ว่า
".เมืองสิงห์บุรีเป็นเมืองใหญ่และเก่า มีป้อมปราการ วัง วัดมหาธาตุ และของสำคัญ คือ พระนอนจักรสีห์ ใหญ่ยาวกว่าพระนอนองค์อื่น ๆ ในเมืองไทย ทำเป็นแบบพระนอนอินเดียเหมือนเช่นที่ถ้ำเมืองยะลา คือ พระกรขวาศอกยื่นไปทางด้านหน้า ไม่ทำงอพระกรตั้งขึ้นรับพระเศียร แบบพระนอนไทย เมืองสิงห์เรียกชื่อต่างๆ ดังนี้ เมืองสิงหราชาธิราช เมืองสิงหราชา เป็นเมืองตั้งอยู่ริมแม่น้ำจักรสีห์อันเป็นลำน้ำใหญ่ ห่างแม่น้ำเจ้าพระยา 200 เส้น เพราะแม่น้ำจักรสีห์ตื้นเขิน เมืองสิงห์จึงกลายเป็นเมืองอยู่ลับลี้......" ก็แสดงว่า สิงห์บุรีเป็นเมืองที่ยิ่งใหญ่ในประวัติศาสตร์ มีอดีตยาวนาน จากหลักฐานทางประวัติศาสตร์และโบราณคดีพบว่า มีการตั้งถิ่นฐานของชุมชนโบราณมาเป็นเวลานานหลายยุคหลายสมัย ดังนี้
ยุคก่อนประวัติศาสตร์
พบร่องรอยหลักฐานมนุษย์ยุคก่อนประวัติศาสตร์ที่บ้านชีน้ำร้าย อำเภออินทร์บุรี
บ้านบางวัว ตำบลไม้ดัด อำเภอบางระจัน บ้านคู ตำบลพักทัน อำเภอบางระจัน คือ ขวานหินและดินเผา หินดุ ชิ้นส่วนกำไลสำริด เป็นต้น
สมัยทวาราวดี
พบหลักฐานที่เมืองโบราณบ้านคูเมือง ตำบลห้วยชัน อำเภออินทร์บุรี เป็นการตั้ง
ถิ่นฐานแบบ "เมืองคูคลอง" มีแผนผังเกือบเป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส มีคูน้ำ คันดินล้อมรอบ
โบราณวัตถุที่ขุดพบ เช่น ภาชนะดินเผา ลูกปัด แท่นหินบด แวดินเผา ตะคัน ฯลฯ ส่วนหนึ่งจัดแสดงอยู่ที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาตอินทร์บุรี ปัจจุบันสถานที่ดังกล่าวเป็นสวนรุกขชาติ และที่ตั้งหน่วยอนุรักษ์พันธุ์ไม้จังหวัดสิงห์บุรี
เมืองวัดพระนอนจักรสีห์ ตำบลจักรสีห์ อำเภอเมือง รูปแบบเมืองเป็นเมืองซ้อน
มีเมืองชั้นในรูปค่อนข้างกลมและเมืองชั้นนอกล้อมรอบรูปสี่เหลี่ยมมน ไม่ปรากฏร่องรอย
กำแพงเมือง (ที่ทำด้วยดินพูนสูง) แต่คูเมืองบางด้านยังปรากฏให้เห็น สิ่งที่พบคือ ลูกปัด และดินเผา เศษภาชนะ ฯลฯแหล่งโบราณคดีบ้านคีม ตำบลสระแจง อำเภอบางระจัน มีสภาพเป็นเนินดินรูปรี กว้าง 200 เมตร ยาว 500 เมตร มีคูน้ำขนาด กว้าง 5 เมตร
สมัยสุโขทัย
มีการค้นพบเครื่องสังคโลกสมัยสุโขทัยตามวัดร้างและลำน้ำเจ้าพระยา แต่ไม่ปรากฏหลักฐานว่า ชุมชนต่าง ๆ นั้นมีความสำคัญมากน้อยเพียงไร เพราะในช่วงที่อาณาจักรสุโขทัยรุ่งเรืองนั้น ได้มีอำนาจแผ่ขยายอาณาเขตครอบคลุมในบริเวณภาคกลางและ
ลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา
สมัยกรุงศรีอยุธยา
ปรากฎเหตุการณ์ที่สำคัญคือ สมัยสมเด็จพระมหารามาธิบดีที่ 1(พระเจ้าอู่ทอง) ได้ตั้งเมืองสิงห์บุรีเป็นเมืองลูกหลวง เมืองอินทร์บุรี เมืองพรหมบุรีเป็นเมืองหลานหลวง นอกจากนี้แล้วเมืองทั้งสามยังเป็นหัวเมืองชั้นใน และหัวเมืองชั้นในหน้าด่าน รายทางด้านทิศเหนืออีกด้วย โดยมีเมืองลพบุรีเป็นเมืองหน้าด่านหลัก แสดงให้เห็นว่า เมืองสิงห์บุรี เมืองอินทร์บุรี และเมืองพรหมบุรี มีอยู่แล้วเมื่อตั้งกรุงศรีอยุธยา ก่อนหน้านั้นเมืองทั้งสามอาจอยู่ในการปกครองของอาณาจักรสุโขทัยก็ได้ แต่ไม่ปรากฎแน่ชัดว่า เมืองทั้งสามสร้างขึ้นในสมัยไหน สมัยสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ ได้จัดการปกครองใหม่ โดยกำหนดให้หัวเมืองชั้นในเป็นเมืองจัตวา ดังนั้น เมืองอินทร์บุรี เมืองพรหมบุรี และเมืองสิงห์บุรี จึงเปลี่ยนเป็นเมืองจัตวา ในสมัยสมเด็จพระมหาจักรพรรดิ เมื่อปี พ.ศ. 2086 เมืองสิงห์เป็น เมืองที่สมเด็จพระมหาธรรมราชาให้ทหารไป สืบข่าวเรืองศึกสงครามกับพม่า ขณะเดียวกัน ก็ได้ยกกองทัพไปตั้งที่เมืองอินทร์บุรี เพื่อหยั่งเชิงดูข้าศึกอีกด้วย ดังปรากฎในพระราช พงศาวดารฉบับพระราชหัตถเลขา สมับสมเด็จพระมหาธรรมราชา ในปี พ.ศ. 2110 หลังจากสมเด็จพระ-นเรศวรทรงประกาศอิสรภาพได้ไม่นาน พม่าก็ได้ยกกองทัพมาตีกรุงศรีอยุธยาอีกครั้ง ครั้งนี้พม่ายกกองทัพมาสองทาง คือ ทางเหนือมีพระเจ้าเชียงใหม่เป็นแม่ทัพ และทางตะวันตกมีพระยาพสิมเป็นแม่ทัพ แต่ทัพของพระยาพสิมถูกกองทัพ กรุงศรีอยุธยาตีแตกไปก่อน โดยที่พระเจ้าเชียงใหม่ยังไม่ทราบ เมื่อกองทัพพระเจ้า เชียงใหม่ยกมาถึงเมืองชัยนาท ก็ให้แต่งทัพหน้ามาตั้งที่บางพุทรา ซึ่งตั้งอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ภายหลังคือ ตัวจังหวัดสิงห์บุรี ปี พ.ศ. 2308 สมัยสมเด็จพระเจ้าเอกทัศ ในขณะที่พม่าตั้งค่ายล้อมกรุงศรีอยุธยาอยู่ ชาวบ้านบางระจันได้รวมตัวกัน
ต่อสู้กับพม่า ที่บ้านบางระจัน เมืองสิงห์บุรี ซึ่งมีผู้นำสำคัญของชาวบ้านและปรากฎชื่อ คือ 1. พระอาจารย์ธรรมโชติ 2. นายแท่น 3. นายโชติ 4. นายอิน 5. นายเมือง
6. นายทองแก้ว 7. นายดอก 8. นายจันหนวดเขี้ยว 9. นายทองแสงใหญ่
10. นายทองเหม็น 11. ขุนสรรค์ 12. พันเรือง โดยชาวบ้านบางระจันได้ต่อสู้กับพม่า และสามารถเอาชนะกองทัพพม่าได้ถึง 7 ครั้ง จนถึงครั้งที่ 8 ชาวบ้านบางระจันจึงพ่ายแพ้ ในวันจันทร์ แรม 2 ค่ำ เดือน 8 ปีจอ พ.ศ. 2309 รวมเวลาที่ไทยรบกับพม่าทั้งสิ้น 5 เดือน คือ ตั้งแต่เดือน 4 ปลายปีระกา พ.ศ. 2308 ถึงเดือน 8 ปีจอ พ.ศ. 2309
สมัยกรุงธนบุรี
เมืองอินทร์บุรี เมืองพรหมบุรี เมืองสิงห์บุรี ขึ้นกับกรุงธนบุรี ในประชุมพงศาวดารฉบับพันจันทนุมาศ (เจิม) กล่าวถึงสำเนาท้องตรา พ.ศ. 2316 เกณฑ์ผู้รักษาเมืองสิงห์บุรี เมืองพรหมบุรี เมืองอินทร์บุรี ยกทัพไปสกัดข้าศึกด้านตะวันออก และคุมพรรคพวกซ่องสุมกำลังยกไปขุดคูเลนพระนครเมืองธนบุรี
สมัยกรุงรัตนโกสินทร์
มีหลักฐานที่ปรากฎคือ พระบามสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวโปรดให้จัดการปกครองมณฑลเทศาภิบาล เมืองสิงห์บุรี เมืองอินทร์บุรี เมืองพรหมบุรี เข้าอยู่ในมณฑลกรุงเก่า (รัชกาลที่ 6 ได้เปลี่ยนชื่อเป็นมณฑลอยุธยา) และปี พ.ศ. 2439 ยุบเมืองอินทร์บุรี
และเมืองพรหมบุรี เป็นอำเภอขึ้นกับเมืองสิงห์บุรี พร้อมกับตั้งเมืองสิงห์บุรีขึ้นใหม่ที่ตำบลบางพุทรา ส่วนเมืองสิงห์บุรีเดิมยุบเป็นอำเภอสิงห์ และต่อมาได้เปลี่ยนชื่อเป็นอำเภอบางระจัน ปี พ.ศ. 2444 อำเภอเมืองสิงห์บุรีเปลี่ยนเป็นอำเภอบางพุทรา และในปี พ.ศ. 2481 ทางราชการสั่งให้เปลี่ยนชื่อที่ว่าการอำเภอที่ตั้งอยู่ในเมืองให้เป็นชื่อของจังหวัดนั้น ๆ อำเภอบางพุทราจึงได้กลับไปใช้ชื่ออำเภอเมืองสิงห์บุรีมาจนถึงปัจจุบันนี้

↑ท่านใดต้องการ copy ให้ คลิก 3 ครั้ง (Tripple Click) ที่ข้อความ แล้วกดCtrl + c ↑

ได้มาจาก http://www.carabao.net/ขอบคุณที่มีเรื่องดีๆอย่างนี้มาให้


edit @ 2007/06/10 12:23:29
edit @ 2007/06/10 12:24:29
ชื่อ: 
เว็บไซต์: 
คอมเมนต์:




smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry
question
#160  by   (117.47.4.220) At 2008-07-25 21:56, 
มายด์รักเฟริส์
#161  by   (202.129.4.157) At 2008-08-05 18:53, 
เป้ชอบคามินquestion
#162  by   (202.129.4.157) At 2008-08-05 18:53, 
อีกพรรณาอร นิภานันท์เเรดมากๆtongue
#163  by   (202.129.4.157) At 2008-08-05 18:54, 
confused smile
#164  by   (202.129.4.157) At 2008-08-05 18:54, 
มายด์รักเฟริส์ sad smile open-mounthed smile big smile confused smile cry
#165  by   (202.129.4.157) At 2008-08-05 18:56, 
#166  by   (203.172.208.225) At 2008-08-06 10:01, 
เดท
#167  by  บอย (119.42.65.3) At 2008-08-06 11:01, 
ดีแต่น้อย
#168  by  บอย (119.42.65.3) At 2008-08-06 11:05, 
เกดเกดเกดเหกเดหกดำเbig smile open-mounthed smile confused smile cry double wink wink surprised smile embarrassed question tongue angry smile sad smile confused smile open-mounthed smile big smile
#169  by  ปดแ เดกเกดเเ ก้ะพด้ะพกเกดพ (119.42.65.3) At 2008-08-06 11:10, 
question
#170  by   (124.157.161.204) At 2008-08-08 09:34, 
question
#171  by   (124.157.161.204) At 2008-08-08 09:34, 
#172  by  ทเสาเ (58.9.152.19) At 2008-08-16 09:08, 
ด้าน่ารักจัง
#173  by  o-mOo-o (202.129.32.178) At 2008-08-21 08:40, 
embarrassed surprised smile wink double wink cry
#174  by  เเ (202.129.32.178) At 2008-08-21 08:41, 
#175  by  แพนเค้ก (118.175.181.232) At 2008-08-21 09:29, 
sad smile
#176  by   (203.155.230.191) At 2008-08-22 22:04, 
#177  by  ด.ญ.มลธิญา (118.173.229.9) At 2008-08-25 12:58, 
กดใด้สท
ลัพำพะก
#178  by   (118.173.229.209) At 2008-08-26 09:07, 
#179  by   (118.173.229.209) At 2008-08-26 09:07, 
เก่งดีนะsad smile sad smile sad smile
#180  by  55555 (203.156.21.99) At 2008-09-01 19:59, 
เหอๆๆๆๆๆๆๆๆsad smile sad smile sad smile sad smile sad smile sad smile
#181  by  55555 (203.156.21.99) At 2008-09-01 20:00, 
#182  by   (61.19.145.16) At 2008-09-10 11:25, 
เด็กนารักเข้ามาดูคะ
question
#183  by   (124.121.214.118) At 2008-09-14 09:45, 
ชาวบ้านบางระจัน
#184  by   (125.24.171.181) At 2008-09-24 11:11, 
ก็ดีมากนะคะสำหรับเว็บนี้ให้ความรู้ดีกว่าเว็บสาNOOKเยอะเลยค่ะbig smile wink double wink cry
#185  by  รวิสรา (125.25.76.179) At 2008-09-30 15:29, 
big smile open-mounthed smile confused smile
#186  by   (118.173.114.101) At 2008-10-26 14:54, 
#187  by  เเ554 (125.25.131.75) At 2008-11-03 20:18, 
iydot
#188  by   (58.10.152.194) At 2008-11-04 16:13, 
รักนะquestion embarrassed surprised smile wink double wink cry sad smile confused smile open-mounthed smile big smile
#189  by   (58.10.152.194) At 2008-11-04 16:14, 
รักนะเว็บนี้double wink cry
#190  by   (58.10.152.194) At 2008-11-04 16:15, 
ได้สาระ
big smile open-mounthed smile confused smile sad smile angry smile tongue question embarrassed surprised smile wink double wink cry
#191  by   (58.10.152.194) At 2008-11-04 16:16, 
#192  by   (58.9.246.97) At 2008-11-07 18:55, 
#193  by   (58.9.246.97) At 2008-11-07 18:55, 
#194  by   (58.9.246.97) At 2008-11-07 18:56, 
cry double wink wink surprised smile embarrassed question tongue tongue tongue angry smile sad smile sad smile confused smile open-mounthed smile open-mounthed smile big smile
#195  by   (115.67.144.103) At 2008-11-11 21:04, 
ว.ท.big smile
#196  by  โจ้ (118.175.179.194) At 2008-11-18 10:37, 
นายกbig smile open-mounthed smile confused smile sad smile angry smile tongue question embarrassed surprised smile wink double wink cry
#197  by  นา (118.175.179.194) At 2008-11-18 10:45, 
#198  by   (203.107.204.204) At 2008-11-19 20:50, 
ร๊ากพลอยcry
#199  by  ออย (125.27.193.195) At 2008-11-22 18:35, 
tongue ชอบออยเด็ก กาญจนานุเคราห์ ม1
#200  by   (125.27.193.195) At 2008-11-22 18:36, 
sad smile angry smile tongue embarrassed
#201  by   (125.27.193.195) At 2008-11-22 18:36, 
ด ทำโครงงานพอยี
#202  by  อด้ก (125.25.40.194) At 2008-11-24 14:13, 
อี่ง่าว
#203  by   (118.172.119.165) At 2008-11-27 09:50, 
surprised smilequestionenjoyหน่อยพี่ sad smile open-mounthed smile open-mounthed smile
#204  by  ด.ช.ไม่รู้ นามสกุลไม่ทราบ (118.173.151.124) At 2008-11-27 17:40, 
surprised smilequestionenjoyหน่อยพี่ sad smile open-mounthed smile open-mounthed smile
#205  by  ด.ช.ไม่รู้ นามสกุลไม่ทราบ (118.173.151.124) At 2008-11-27 17:40, 
surprised smilequestionenjoyหน่อยพี่ sad smile open-mounthed smile open-mounthed smile
#206  by  ด.ช.ไม่รู้ นามสกุลไม่ทราบ (118.173.151.124) At 2008-11-27 17:40, 
#207  by  kho;f (125.25.39.108) At 2008-11-30 16:50, 
ดี
#208  by  เอเ (118.175.84.7) At 2008-12-08 11:10, 
#209  by  เก๋ (118.175.84.7) At 2008-12-08 11:12, 

<< Home